ตลาดส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ในไทย

ตลาดส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ในไทย

•    ในช่วงปี 2527-2532 เป็นปี ทองของการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยเนื่องจากประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ต่างถูกถอนสิทธิพิเศษทางการค้าและภาษีศุลกากร(Generalize System of Preference : GSP) จากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้า รายใหญ่ของโลก ขณะที่ไทยยังได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวโดยได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้า ส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพื่อต้องการ ใช้สิทธิ GSP ของไทยในการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ไปยัง ตลาดสหรัฐอเมริกา ไทยสามารถส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 31.0 ต่อปีระหว่างปี 2527-2532

•    หลังจากปี 2533 ที่ภาวะ เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาซบเซา และไทยถูกตัดสิทธิ GSP ดอกไม้ประดิษฐ์ประเภทที่ทำด้วยวัสดุอื่น เช่น ผ้า นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2532 เนื่องจากการส่งออกมีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนด โดยไทยต้องเสียภาษีอากรขาเข้าร้อยละ 17 (จากรายงาน ภาวะธุรกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารแห่งประเทศไทย 2533) รวม ถึงต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้นทั้งวัตถุดิบค่าแรงงาน และค่าขนส่ง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐอเมริกาลดลงและเสียเปรียบ ประเทศคู่แข่งสำคัญคือจีนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยในตลาดโลกปรับตัวลดลงร้อยละ 15.4 ในปี 2533 และลดลงอีกร้อยละ 6.43 ในปี 2534 อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกาในปี 2535 ทำให้มูลค่าการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,397 ล้านบาทในปี 2535 และมูลค่า 2,517 ล้านบาท ในปี 2537

•    อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาวะการแข่งขันด้านราคากับจีนที่มีความได้เปรียบทางด้านต้นทุนแรงงาน ที่ต่ำกว่าไทย ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็มีความต้องการลดความเสี่ยงในการพึ่งพิงตลาด สหรัฐอเมริกาเพียงตลาดเดียว จึงได้เริ่มลดการให้ความสำคัญต่อตลาดสหรัฐอเมริกาลง โดยจากเดิมตลาดสหรัฐอเมริกาเคยมีสัดส่วนการส่งออกเฉลี่ยร้อยละ 79.0 ของมูลค่า การส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์โดยรวมต่อปี ในช่วงปี 2527-2532 เหลือสัดส่วนร้อยละ 65.9 ในปี 2544 ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกโดยรวมของดอกไม้ประดิษฐ์ชะลอตัวลง อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา หรือลดลงเฉลี่ยร้อยละ 8.0 ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2538-2546 โดยในปี 2546 ไทยส่งออกสินค้า กลุ่มนี้เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,234.9 ล้านบาท

•    จากข้อมูลของแผนกข่าวสารทางการค้า องค์การสหประชาชาติ และ U.S. Department of Commerce พบว่าจีนสามารถเพิ่ม ส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 52.6 ของ มูลค่าการนำเข้าดอกไม้ประดิษฐ์โดยรวมของสหรัฐอเมริกาในปี 2532 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 94.0 ในปี 2546 ขณะที่ไทยกลับมีส่วนแบ่งตลาดลดลงตามลำดับจากร้อยละ 17.6 ในปี 2532 เหลือเพียงร้อยละ 2.48 ในปี 2546 ดังนั้น ตลาดสหรัฐอเมริกาจึงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยไม่อาจหวังพึ่งพาได้มาก เหมือนในอดีต สหรัฐอเมริกาได้คืนสิทธิพิเศษทางการค้าและภาษีศุลกากร หรือ GSP มาในปี 2540 แต่นักลงทุนชาวต่าง ชาติจำนวนมากได้ย้ายฐานการผลิตไปจีนแล้วนับตั้งแต่ไทยสูญเสียสิทธิพิเศษดัง กล่าวในปี 2533 ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันสินค้าดอกไม้ ประดิษฐ์ของจีนจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว แต่จีนมีความได้เปรียบกว่าไทย ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงดำเนินกิจการในจีน

•    ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีความต้องการใช้ดอกไม้ประดิษฐ์เพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัจจุบันเป็นตลาดที่นิยมสินค้าราคาถูกในตลาดระดับล่างมากกว่าสินค้าระดับปาน กลางขึ้นไปเช่นที่ไทยผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของไทยจึงมีลักษณะเฉพาะเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทนักออกแบบตกแต่ง ภายในที่ชื่นชอบและเชื่อมั่นสินค้าไทยเพราะรูปแบบของสินค้าที่เหมือนจริง อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดของกลุ่มลูกค้าดังกล่าวค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตลาดสินค้าดอกไม้ ประดิษฐ์ทั่วไปในสหรัฐอเมริกา

•    สินค้าจากประเทศจีนมีการพัฒนา อย่างรวดเร็วทั้งในด้านคุณภาพและรูปแบบ ประกอบกับความต้องการด้านรูปแบบในตลาดสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้าง รวดเร็ว ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยยังไม่สามารถพัฒนาให้สอดคล้องกับความ นิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เท่าที่ควร ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นผู้ตามประเทศจีนในด้านปริมาณการจำหน่ายในตลาด สหรัฐอเมริกา

•    มูลค่าการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของ ไทยยังมีภาวะผันผวน จากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะคู่ค้ารายใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาประสบภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับความต้องการของตลาดสหภาพยุโรปยังมีความเคลื่อนไหวไม่ มากนัก  ทำให้การส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยในปี 2550 มีมูลค่าลดลงจากปี 2549 ทั้งที่ปี 2549 มูลค่าได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 หลังจากที่การส่งออกมีมูลค่าลดลงโดยตลอดกว่า 10 ปี การส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ในปัจจุบัน 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม 2551) มี มูลค่า 127 ล้านบาท

•    จากสถิติการส่ง ออกดอกไม้ประดิษฐ์ของไทย ปี 2544 สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดหลัก มีสัดส่วนคิดจากมูลค่าสูงเกินครึ่งคือร้อยละ 65.9 รอง ลงมาเป็น ญี่ปุ่น ร้อยละ 4.7 ฝรั่งเศส ร้อยละ 3.7 อังกฤษ ร้อยละ 3.5 อิตาลี ร้อยละ 2.8 โปรตุเกส ร้อยละ 2.5 สเปน ร้อยละ 2.4 ออสเตรเลีย ร้อยละ 1.5 เยอรมนี ร้อยละ 1.4 สหรัฐอาหรับอิมิ เรต
ร้อยละ 1.1 โดย 10 ประเทศ สูงสุดข้างต้นมีสัดส่วนรวมกันสูงถึงร้อยละ 89.3 และประเทศอื่นๆ ร้อยละ 10.7 เปรียบเทียบกับสถิติปี 2550 ตลาดสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนลดลงเหลือร้อยละ 36.7 รองลงมาเป็น ญี่ปุ่น ร้อยละ 25.1 ฝรั่งเศส ร้อยละ 3.4 อังกฤษ ร้อยละ 3.3 ไอร์แลนด์ ร้อยละ 3.0 เยอรมนี ร้อยละ 2.6 สเปน ร้อยละ 2.6
แม็กซิโก ร้อยละ 1.9 อิตาลี ร้อยละ 1.6 โปรตุเกส ร้อยละ 1.6 โดย 10 ประเทศสูงสุดข้างต้นมีสัดส่วนรวมกันสูงถึงร้อยละ 81.7 และประเทศอื่นๆ ร้อยละ 18.3 โดยพบ ว่าปัจจุบันมีการกระจายตัวและขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ไอร์แลนด์และแม็กซิโก เป็นต้น

•    มีการคาดการณ์จากศูนย์วิจัยกสิกร ไทยว่าดอกไม้ประดิษฐ์ของไทย จะยังสามารถเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญอันดับ แรกของอาเซียน และติดอันดับในกลุ่มผู้ส่งออกรายสำคัญ 10 อันดับแรกของ โลกได้ต่อไป โดยมีสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เป็นตลาดส่งออกสำคัญ

•    มูลค่าการส่งออกดอกไม้ของไทย เติบโตขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2544-2550 โดยในปี 2544 มี มูลค่าส่งออก 1,615 ล้านบาท ปี 2545 มีมูลค่า 1,852 ล้านบาท ปี 2546 มีมูลค่า 2,206 ล้านบาท ปี 2547 มีมูลค่า 2,360 ล้านบาท ปี 2548 มีมูลค่า 2,719 ล้านบาท ปี 2549 มีมูลค่า 2,783 ล้านบาท และปี 2550 มีมูลค่า 2,732 ล้านบาท การส่งออกดอกไม้ในปัจจุบัน 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม 2551) มีมูลค่า 644 ล้านบาท

•    อัตราการเติบโตของการส่งออกดอกไม้ ของไทย ปี 2545 เติบโตร้อยละ 14.7 ปี 2546 เติบโตร้อยละ 19.1 ปี 2547 เติบโตร้อยละ 7.0 ปี 2548 เติบโตร้อยละ 15.2 ปี 2549 เติบโตร้อยละ 2.4 และปี 2550 เติบโตลดลงร้อยละ 1.8

•    จากสถิติการส่งออกดอกไม้ของไทย ปี 2544 ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดหลักมี สัดส่วนรวมกันเป็นร้อยละ 60.7 โดยญี่ปุ่นมีสัดส่วน สูงกว่าสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนร้อยละ 39.7 และร้อยละ 21.0 ตามลำดับ รองลงมาเป็น อิตาลี ร้อยละ 14.2 เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 3.3 ไต้หวัน ร้อยละ 3.3 เยอรมนี ร้อยละ 2.5 จีน ร้อยละ       2.4 ฮ่องกง ร้อยละ 2.0 สิงค์โปร์ ร้อยละ 1.5 อังกฤษ ร้อยละ 1.4 โดย 10 ประเทศสูงสุดข้างต้นมีสัดส่วนรวมกันสูงถึงร้อยละ  91.3 และประเทศอื่นๆ ร้อยละ 8.7 เปรียบเทียบกับสถิติปี 2550 ญี่ปุ่นและ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดหลักและมีสัดส่วนใกล้เคียงกับในอดีตคือ ร้อยละ 32.2 และร้อยละ 21.5 ตามลำดับ รองลงมาเป็น จีน ร้อยละ 8.8 อิตาลี ร้อยละ 8.5 อินเดีย ร้อยละ 3.7 เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 3.3 ไต้หวัน ร้อยละ 3.1 สิงค์โปร์ ร้อยละ 2.6 สหรัฐอาหรับ
อิมิเรต ร้อยละ 1.4 ออสเตรเลีย ร้อยละ 1.2 โดย 10 ประเทศ สูงสุดข้างต้นมีสัดส่วนรวมกันสูงถึงร้อยละ 86.3 และ ประเทศอื่นๆ ร้อยละ 13.7 โดยพบว่าปัจจุบันมีการกระ จายตัวและขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ เช่น อินเดีย สหรัฐอาหรับอิมิเรต และออสเตรเลีย เป็นต้น

About these ads

เกี่ยวกับ npkartificialflowers

We are Wholesale and Retail, Artificial Flowers, Silk Flowers, Nylon flowers, plastic flowers, Clay Flowers, Artificial Plants, Florists equipment etc..​ We Choose Quality Products from Large Database of Thailand Artificial Flower Manufacturers and from abroad, You'll find the most natural looking artificial flowers which they've never been. ​ ขายส่งและขายปลีก ดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไม้ผ้า ดอกไม้พลาสติก ต้นไม้ประดิษฐ์ อุปกรณ์จัดดอกไม้ ฯลฯ เราเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้ผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ในประเทศไทยและจากต่างประเทศ คุณจะพบความเป็นธรรมชาติมากที่สุดของดอกไม้ประดิษฐ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี 
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ตลาดส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ในไทย และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s